2007/Jan/28

Stay away

Artist : SillyFools

------------------------------------------------------------

You hide behind your lies

Shallow eyes and hollow heart

Half-truths that drive us apart

Your cover will be blown

And when they know what I know

The whole truth will be known

Heart of stone gone cold

My time for you has gone

Don't care what you believe

Stay away from me,

stay away from me,

stay away from me

I don't want to play your games

Stay away from me,

stay away from me,

stay away from me

I don't want to hear your name

I don't want to hear your name

Your words cut me so deep

Heard what you said bout me

Words haunt me as I sleep

Shadows of your disguise

The first light of sunrise

The naked truth realized

Deceit behind your eyes

You pushed me to the side

Too many lies Goodbye

Stay away from me,

stay away from me,

stay away from me

I don't want to play your games

Stay away from me,

stay away from me,

stay away from me

I don't want to hear your name

Stay away from me,

stay away from me,

stay away from me

I don't want to play your games

Stay away from me,

stay away from me,

stay away from me

I don't want to hear your name

You have chosen to believe your lies

Someday the truth will come to light

No more lies

And we will never be the same

Truth siphoned lies overflown

The words you have spoken

Threads of lies tales woven

Seeds of doubt have grown

This token to my love

----------------------------------------------------------------

ฟังตั้งแต่ยังไม่ออกอัลบั้ม (ผมได้ 1000 ชุดแรกด้วยนะครับ sn:0753 ขอบคุณพี่เอมากๆเลย ที่ไปต่อแถวซื้อมาให้)

ตอนแรกนึกว่าเพลงรักอาฆาตของหนุ่มอกหักธรรมดา ที่ไหนได้...

มาอ่านเนื้อละเอียดๆ อีกที เหมือนส่งสารบางอย่างให้นักร้องนำคนเก่าเลยนะนี่




edit @ 2007/01/28 21:42:44

2005/Oct/05

ร้านค้าซีดีโอด ตลาดเพลงออนไลน์แข่งดุ ทำยอดขายร่วงถล่มทลาย เตรียมปิดร้านหนีเจ๊ง

สมาคมอุตสาหกรรมเพลงของสหรัฐอเมริกา (The Recording Industry Association of America :RIAA) เปิดเผยผลการสำรวจธ ุรกิจร้านค้าปลีกซีดีเพลงในสหรัฐอเมริกาว่ากำลังถูกกระทบอย่างหนักจากบริการ ดาวน์โหลดเพลงออนไลน์ เนื่องจากผู้บริโภคหันไปเบิร์นแผ่นซีดีเพลงเองแทนการซื้อซีดีจากร้านค้า

RIAA ระบุว่า ยอดขายของซีดีเพลงจากค่ายเพลงต่าง ๆ ลดลง 6.5 เปอร์เซ็นต์ในช่วงครึ่งปีแรกของ 2005 และร้านค้าปลีกซีดีเพลงทั่วโลกก็มียอดขายลดลงประมาณ 1.9 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้ในช่วงครึ่งปีแรกของ 2005 ตลาดดังกล่าวมีมูลค่าลดลงเหลือประมาณ 13.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ เปรียบเทียบกับในช่วงเดียวกันของปี 2004 ที่มีมูลค่า 13.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ

ใ นทางกลับกัน ยอดการจำหน่ายเพลงดิจิตอลแบบถูกลิขสิทธิ์กลับเติบโตถึง 154 เปอร์เซ็นต์ โดยมียอดการดาวน์โหลดสูงถึง 148.7 ล้านเพลงในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา เปรียบเทียบกับ 58.6 ล้านเพลงในช่วงเดียวกันของปี 2004 ขณะที่ยอดการดาวน์โหลดเพลงทั้งอัลบั้มนั้นมีสูงถึง 5.1 ล้านครั้ง ขณะที่ในปี 2004 มีเพียง 1.5 ล้านครั้งเท่านั้น

การศึกษาครั้งนี้จัดทำขึ้นโดย NPD Group โดยทางผู้จัดทำยังได้ระบุด้วยว่า ในจำนวนนักฟังเพลงทั่วโลก มีเพลงจากการเบิร์นแผ่นซีดีเองแล้วประมาณ 29 เปอร์เซ็นต์
ที่มา

จริงๆเรื่องนี้ไม่เกินคาด ผมก็เคยคิดไว้ พี่ดี้ก็เคยบอกไว้ว่า อีกหน่อยร้านเทปร้านcd คงมีแค่
โปสเตอร์หน้าปก แล้วก็ให้คนใช้ไปดาวน์โหลดกัน คือเปลี่ยนเป็น download center กันแทน
เราจะเห็นว่าทางค่ายเทปเขาก็เริ่มขยับตัวกันแ้ล้ว RS เริ่มก่่อนจาก mixiclub.com
ส่วนGMM คงตามมาไม่ช้า อยากรู้เร็วๆ คงต้องไปถามพี่กึ่ง 555
ส่วนตัวผมสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้นะครับ เพราะมันเป็นธรรมมากขึ้น
เพราะเรา่จ่ายกันเป็นเพลง ไม่ชอบเพลงไหนก็ไม่ต้องฟัง
แต่ถ้ามองในมุมคนทำงาน ก็คงน่าเห็นใจ เพราะระบบแบบนี้ เพลงรองๆในอัลบั้ม
คนทำงานจะไม่ได้ตังค์เท่าไหร่ แต่ถ้ามองกันในแง่ดีผมว่ามันก็ดีตรง เราจะไม่มี
เพลงที่ทำแบบผ่านไป หรือไปหยิบเอาของเก่ามาขาย คือจะเน้นกันทุกเพลง
คุณภาพเพลงโดยรวมน่าจะดีขึ้น

ส่วนปัญหาโลกแตกอย่างการละเมิดลิขสิทธิ์นี่คง ต้องไปตามแก้กัน
แต่อย่างน้อย ผมว่ามันก้อมีทางเลือก ถ้าราคามันเหมาะสม และเพลงมีคุณภาพ
ผมว่าผู้บริโภคส่วนหนึ่งก็คงพร้อมสนับสนุนอย่าง itunes ของ apple
ที่ให้download กันเพลงละ 0.99 $ นี่ผมว่าโอเคเลยละ
ราคาเพลงเมืองไทยสำหรับการดาวน์โหลดนี่
ถ้าเราเทียบกับ cd เพลงไทยทั่วไปตอนนี้ที่ประมาณ 125-155 ต่อ 10 เพลง
ระบบ ดาวน์โหลดจะช่วยลดต้นทุน ได้อีกเยอะ ดังนั้น
ถ้าอาเฮีย อากู๋ ไม่งกมาก ก็น่าจะขายเพลงละ 10 บาท(mixiclub ขายอยู่ 15 บาท ผมว่ายังแพงไปหน่อย) แบ่งส่วนแบ่งกันง่ายดี
แน่นอนถ้ามันเทียบกับ ประเทือง แวมไพร์ มันแพงกว่า แต่ถ้าใช้การเพิ่ม value
และสร้าง community ให้สิทธิพิเศษต่างๆ กับผู้ใช้บริการ บวกกับการสร้าง
ความเข้าใจในเรื่องลิขสิทธิ์กับผู้บริโภค ตลาดนี้ก็พอมีที่อยู่ในเมืองไทย


edit @ 2006/10/31 01:13:08
edit @ 2006/10/31 01:18:01

2005/Sep/18

กลับมาเขียน blog ได้ซะที
ช่วงที่ผ่านมา มันหมดไปกับ งานและงาน
ทั้งงานประจำ (กลับไปทำประจำแล้วนะ)
และงานไม่ประจำ

หนังเพลงหนังสือ แทบไม่ได้จับ
อืมว่าไปไม่ค่อยเขียนเรือ่งเพลงใน blog เลยเหอะ
อาจจะเป็นเพราะ ช่วงนี้วงการมันน่าเบื่อมั้ง
ไม่ค่อยมี อะไรที่ขนาดเป็นระเบิดตูมตาม
ระดับเปลี่ยนแปลงกระแส ได้เลย
ผมว่า หลายๆคนก็คงรอเหมือนกัน
ว่าหลังจาก hardcore bomb และ hiphop trend
แล้วมันจะมีอะไรมาใหม่
rock retro กับ พวก club mix ทั้งหลาย
นี่ก็ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเลย ให้ตายเหอะ

ตอนนี้ว่างๆ ก็ เปิด u2 กับเพลงไทยเก่าๆ ฟังระลึกความหลังไปเรื่อยๆ

นี่ก็ว่าจะไปซื้อ dvd michael ่jackson มาเก็บสักหน่อย
เคยดูตอนช่อง thai tv เอามาฉาย แล้วมันขนลุกเลยละ
สมัยที่ michael jackson ดังสุดๆนี่ แฟนๆมารอกันเป็นพันๆ
แล้ว mv แต่ละ ตัวนี่สุดยอดมากเลยนะครับในสมัยนั้น

thriller ได้ john landis มากำักับ mv ที่ micheal กลายเป็นผี นั้นแหละครับ

beat it นี่ ได้ มาร์ติน สก็อตเซซี่ มากำกับผมจำ ฉากสอง แก็งค์ เต้นรำได้ติดตา mv นี้มีเด็กไทยได้
เล่นคนหนึ่งด้วย (ป่านน อายุเท่าไหร่แล้วหว่า ?)

ภาพคนไปยัดกันในสเตเดี้ยม รอชม ท่า moonwalk และลูบเป้า :P
คงยากที่จะหาปรากฎการณ์อะไรแบบนั้นในสมัยนี้แล้ว

เคยมีคนเปรียบเทียบว่า ยุค 80 เป็นยุคฟองสบู่หรูหรา ฟูฟ่า ไม่ค่อยมีสาระเท่าไหร่
แต่ถ้ามองในแง่ดี ยุค 80 ก็เป็น ยุคเราเห็นพลังของดนตรีได้ชัดเจนที่สุดเลยละ
ว่าดนตรีสามารถสร้างความสุขให้คนในโลกได้มากแค่ไหน


edit @ 2006/10/31 01:13:20